ไขความลับ "เสียงวิ้งในหู"
By Benz 02 ก.ค. 2567

ไขความลับ "เสียงวิ้งในหู"
เสียงวิ้งในหู หรือ ภาวะหูอื้อ (Tinnitus) เป็นอาการทางหูที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยผู้ป่วยจะได้ยินเสียงรบกวนภายในหู อาจเป็นเสียงหวีด เสียงซ่า เสียงลม เสียงน้ำ หรือเสียงอื่นๆ ซึ่งอาจดังเบาๆ หรือดังมาก ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค
สาเหตุของเสียงวิ้งในหูในผู้สูงอายุ:
- ความเสื่อมของเซลล์ประสาทหู: เมื่ออายุมากขึ้น เซลล์ประสาทหูจะเสื่อมตามไปด้วย ทำให้ส่งสัญญาณผิดพลาดไปยังสมอง ทำให้ได้ยินเสียงวิ้งในหู
- ขี้หูอุดตัน: ขี้หูอุดตันอาจทำให้เกิดเสียงวิ้งในหู โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีขี้หูแข็ง หรือขี้หูอุดตันเป็นเวลานาน
- โรคเกี่ยวกับหู: โรคเกี่ยวกับหู เช่น โรคเยื่อแก้วหูอักเสบ โรคหูชั้นกลางอักเสบ โรคหูใน โรคเมเนียร์ อาจทำให้เกิดเสียงวิ้งในหู
- ยาบางชนิด: ยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด ยาต้านมะเร็ง ยาขับปัสสาวะ ยาปฏิชีวนะ อาจทำให้เกิดเสียงวิ้งในหูเป็นผลข้างเคียง
- ความดันโลหิตสูง: ความดันโลหิตสูงอาจทำให้เกิดเสียงวิ้งในหู โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีความดันโลหิตสูงเรื้อรัง
- โรคเบาหวาน: โรคเบาหวานอาจทำให้เกิดเสียงวิ้งในหู โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคเบาหวานควบคุมไม่ได้
- การสูบบุหรี่: การสูบบุหรี่อาจทำให้เกิดเสียงวิ้งในหู โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่สูบบุหรี่เป็นเวลานาน
- การดื่มแอลกอฮอล์: การดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดเสียงวิ้งในหู โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
การรักษาเสียงวิ้งในหูในผู้สูงอายุ:
- การรักษาเสียงวิ้งในหูในผู้สูงอายุ ขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค ดังนี้
- การรักษาสาเหตุ: แพทย์จะรักษาสาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงวิ้งในหู เช่น ขี้หูอุดตัน โรคเกี่ยวกับหู ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น
- ยา: แพทย์อาจสั่งยาเพื่อลดอาการเสียงวิ้งในหู เช่น ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาต้านอาการวิตกกังวล ยาต้านซึมเศร้า เป็นต้น
- เครื่องช่วยฟัง: ในผู้สูงอายุที่มีปัญหาการได้ยินร่วมด้วย แพทย์อาจแนะนำให้ใช้เครื่องช่วยฟัง เพื่อช่วยให้อ่านเสียงได้ชัดขึ้น และลดอาการเสียงวิ้งในหู
- การรักษาด้วยเสียง: การรักษาด้วยเสียง (Tinnitus retraining therapy) เป็นวิธีการรักษาโดยใช้เสียง เพื่อช่วยให้สมองปรับตัวต่อเสียงวิ้งในหู
- การรักษาด้วยคลื่นเสียง: การรักษาด้วยคลื่นเสียง (Transcranial magnetic stimulation) เป็นวิธีการรักษาโดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นสมอง และลดอาการเสียงวิ้งในหู
การป้องกันเสียงวิ้งในหูในผู้สูงอายุ ทำได้ดังนี้
1. ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง:
- ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ และธัญพืช
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาที 3-5 วันต่อสัปดาห์
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน
- ควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้เป็นโรคอ้วน
- งดสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์
- ควบคุมระดับความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด และไขมันในเลือด
2. ดูแลสุขภาพหู:
- หลีกเลี่ยงเสียงดัง ใส่ที่อุดหู หรือหูฟัง เมื่อต้องอยู่ในที่ที่มีเสียงดัง
- ลดการใช้หูฟัง โดยเฉพาะหูฟังแบบ In-ear
- ทำความสะอาดหูเป็นประจำ โดยใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดเบาๆ ไม่ควรแคะหู
- ตรวจสุขภาพหูและตาเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
3. จัดการความเครียด:
- ฝึกสมาธิ โยคะ หรือการหายใจ
- หากิจกรรมผ่อนคลายทำ เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือทำสวน
- พูดคุยกับคนสนิท หรือเข้ากลุ่มช่วยเหลือ
4. ปรึกษาแพทย์:
- ถ้ามีอาการเสียงวิ้งในหู ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้อง
- ถ้ามีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ
นอกจากนี้ ยังมีวิธีอื่นๆที่อาจช่วยลดอาการเสียงวิ้งในหูในผู้สูงอายุ เช่น:
- การใช้เครื่องช่วยฟัง
- การฝังเข็ม
- การรักษาด้วยไฟฟ้า
- การรักษาด้วยเลเซอร์
ทั้งนี้ การป้องกันและรักษาเสียงวิ้งในหูที่ดีที่สุด ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค ผู้สูงอายุควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม