ผู้สูงอายุ คนแก่ คนสูงอายุ คนชรา ผู้ป่วยติดเตียง
  • ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
    • พาหาหมอ / รับยา
    • พาผู้สูงอายุเที่ยว
    • กายภาพบำบัดที่บ้าน
    • ประกันผู้สูงอายุ
    • วางแผนทางการเงินผู้สูงอายุ
  • ดูแลผู้ป่วย
  • ผู้สูงอายุ
  • บทความ
  • ความเหงาของพ่อแม่สูงวัย เมื่อลูกไม่อยู่บ้าน รู้เท่าทัน “ ภาวะรังที่ว่างเปล่า”
บทความ

ความเหงาของพ่อแม่สูงวัย เมื่อลูกไม่อยู่บ้าน รู้เท่าทัน “ ภาวะรังที่ว่างเปล่า”

By Birth Intern   23 ม.ค. 2568

ความเหงาของพ่อแม่สูงวัย เมื่อลูกไม่อยู่บ้าน รู้เท่าทัน “ ภาวะรังที่ว่างเปล่า”


          ภาวะรังที่ว่างเปล่า (Empty Nest Syndrome) เป็นสภาวะทางจิตใจที่เกิดขึ้นเมื่อบุตรหลานย้ายออกจากบ้าน ทำให้ผู้ปกครองหรือผู้สูงอายุรู้สึกเหงา ว่างเปล่า หรือสูญเสียหน้าที่และบทบาทในชีวิตประจำวัน สภาวะนี้มักเกิดขึ้นในช่วงที่ลูกๆ โตพอที่จะไปใช้ชีวิตของตนเอง เช่น ย้ายไปเรียนต่อ ทำงาน หรือสร้างครอบครัวใหม่


ภาวะรังทีว่างเปล่า (Empty Nest Syndrome) แบ่งออกเป็น 3 ระยะ

1. ระยะโศกเศร้า

พ่อแม่รู้สึกเศร้าและโหยหาเมื่อลูกๆ ย้ายออก อาจร้องไห้เมื่อเห็นสิ่งที่เตือนถึงลูก เช่น มุมที่ลูกชอบนั่งหรือรายการทีวีที่ดูด้วยกัน ความเศร้านี้อาจทำให้พ่อแม่บางคนเก็บตัวและหลีกเลี่ยงสังคมขณะปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง

2.ระยะโล่งอก

พ่อแม่เริ่มคุ้นเคยกับสภาวะใหม่ รู้สึกโล่งใจ มีอิสระมากขึ้น มีเวลาในการดูแลตัวเอง และทำสิ่งที่อยากทำ บางคนได้พบสังคมใหม่และตระหนักว่าชีวิตในวัยสูงอายุก็ไม่ได้แย่อย่างที่เคยกังวล

3.ระยะสงบสุข

พ่อแม่สามารถที่จะปรับตัวกับกิจวัตรประจำวันใหม่ เข้าใจชีวิตมากขึ้น รู้สึกสบายใจ มีความสุขและสงบ ไม่กังวลหรือเครียดกับลูกๆ อีกต่อไป


การจัดการกับภาวะรังที่ว่างเปล่า

  • ต้องยอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวอย่างเปิดใจและเข้าใจ

  • ปรับวิธีคิด แม้ไม่ต้องดูแลลูกเหมือนเดิม ก็สามารถเปลี่ยนมาเป็นผู้ให้คำปรึกษาได้ หรือชื่นชมลูกหลาน เมื่อประสบความสำเร็จในการหน้าที่การงาน

  • ตั้งเป้าหมายชีวิตใหม่ อาจเริ่มต้นด้วยงานอดิเรกที่เคยชอบ บางสิ่งบางอย่างที่เคยอยากทำแต่ยังไม่ได้ลงมือทำ ก็ถือเป็นโอกาสที่จะได้ลงมือทำเพื่อเติมเต็มสีสันในชีวิตและเพิ่มคุณค่าให้ตนเองอีกครั้ง

  • การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากภาวะนี้ส่งผลต่อสุขภาพจิตในระดับที่ทำให้รู้สึกทุกข์ใจ ควรพิจารณาปรึกษาจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา

ที่มาของข้อมูล

https://www.bangkokhospital.com/content/empty-nest-syndrome?srsltid=AfmBOopa4pdle9hpr82WQ8V2Bv0Vc7adEYDdmWBumQZzwhg0SMQjCIba

https://www.thairath.co.th/lifestyle/lifestyle45plus/2791818



 

บทความอื่นๆ

10 วิธีดูเเลผู้สูงอายุให้สุขภาพดีทั้งกายเเละใจ

บทความ

15 พ.ค. 2568

5 ผลไม้ช่วยบำรุงหัวใจ

บทความ

25 เม.ย. 2568

สิทธิประโยชน์ของผู้สูงอายุ

บทความ

21 เม.ย. 2568

บทความยอดนิยม

1

อาการหนาวสั่นเฉียบพลันในผู้สูงอายุ: สัญญาณที่ควรทราบและแนวทางการรักษา

บทความ

02 ก.ค. 2567

2

“ ภาวะทุพโภชนาการ ” ภัยร้ายที่ซ่อนเร้นอยู่ในผู้สูงอายุ

บทความ

05 ก.พ. 2568

3

โทรศัพท์ เพื่อนคู่ใจหรือภัยร้ายผู้สูงอายุ ?

บทความ

03 ก.ค. 2567

4

เที่ยวให้สนุก สุขใจวัยเกษียณ กับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับผู้สูงอายุ

บทความ

20 มิ.ย. 2567

5

อายุเป็นเพียงตัวเลข! กระดูกแข็งแรง ดั่งวัยรุ่น ด้วย 5 วิธีง่ายๆ

บทความ

20 มิ.ย. 2567

ข้อแนะนำการอ่านหนังสือสำหรับผู้สูงอายุ
การอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์สำหรับผู้สูงอายุอย่างมาก ช่วยให้กระตุ้นสมอง เพิ่มความรู้ พัฒนาทักษะการสื่อสาร และผ่อนคลาย ดังนี้

การเลือกประเภทหนังสือ:
  • เลือกหนังสือที่ผู้สูงอายุสนใจ: เลือกหนังสือที่สอดคล้องกับความสนใจและประสบการณ์ของผู้สูงอายุ เช่น นิยาย หนังสือเกี่ยวกับสุขภาพ การท่องเที่ยว ฯลฯ
  • เลือกหนังสือที่เหมาะกับระดับการอ่าน: เลือกหนังสือที่มีตัวอักษรที่ชัดเจน ประโยคสั้นๆ และภาษาที่เข้าใจง่าย
  • เลือกหนังสือที่มีเนื้อหาเป็นประโยชน์: เลือกหนังสือที่มีเนื้อหาที่ช่วยให้ผู้สูงอายุเรียนรู้ พัฒนาทักษะ หรือผ่อนคลาย

การอ่านหนังสือ หรือ บทความมีประโยชน์มากมายต่อคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ดังนี้

1. กระตุ้นสมอง: การอ่านช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยให้สมองได้คิดและได้ทำงานตลอดเวลา การอ่านหนังสือสม่ำเสมอจะช่วยชะลอและป้องกันการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้
2. เพิ่มความรู้: การอ่านหนังสือช่วยให้เราได้รับความรู้จากเนื้อหาในหนังสือ แม้ว่าจะยังไม่ได้ใช้ในตอนนี้ แต่ก็ยังคงเป็นประโยชน์ในอนาคต
3. พัฒนาทักษะการสื่อสาร: การอ่านช่วยให้เราได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ และรูปแบบประโยคที่หลากหลาย ทำให้เราสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. ฝึกสมาธิ: การอ่านหนังสือช่วยให้เราจดจ่อกับเรื่องราวในหนังสือ ฝึกสมาธิและความตั้งใจ
5. ผ่อนคลาย: การอ่านหนังสือช่วยให้เราผ่อนคลาย ลดความเครียด และรู้สึกสงบ
6. เพิ่มความรู้รอบตัว: การอ่านหนังสือช่วยให้เรารู้เรื่องราวต่างๆ ทั่วไป สามารถพูดคุยกับผู้อื่นได้อย่างมั่นใจ
7. พัฒนาการคิดวิเคราะห์: การอ่านหนังสือช่วยให้เราฝึกคิดวิเคราะห์ เรียนรู้จากเรื่องราวในหนังสือ และนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตจริง
8. ฝึกจินตนาการ: การอ่านหนังสือช่วยให้เราฝึกจินตนาการ คิดภาพตามเรื่องราวในหนังสือ
9. ความบันเทิง: การอ่านหนังสือช่วยให้เราเพลิดเพลิน ผ่อนคลาย และสนุกกับการอ่าน
10. พัฒนาการอ่าน: การอ่านหนังสือช่วยให้ทักษะการอ่านของเราดีขึ้น เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น

การอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุทุกคน เพียงเลือกหนังสือที่เหมาะกับความสนใจและระดับการอ่าน ก็สามารถได้รับประโยชน์จากการอ่านอย่างเต็มที่

Popular Tags

blog/view.html บางขุนเทียน ห้วยขวาง ภาษีเจริญ พญาไท ธนบุรี บางกอกใหญ่ บางพลัด บางกอกน้อย คลองสาน

แนะนำ

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ใกล้ฉัน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ กรุงเทพ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ นนทบุรี
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ปทุมธานี ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ สมุทรปราการ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ นครปฐม
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ สมุทรสาคร ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ภูเก็ต ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เชียงใหม่
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โคราช ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ขอนแก่น ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เชียงราย
ความเหงาของพ่อแม่สูงวัย เมื่อลูกไม่อยู่บ้าน รู้เท่าทัน “ ภาวะรังที่ว่างเปล่า”

Copyright © ผู้สูงอายุ คนแก่ คนสูงอายุ คนชรา ผู้ป่วยติดเตียง

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • นโยบายคุกกี้
  • ร้องเรียนเนื้อหาไม่เหมาะสม

แนะนำแจ้งเตือน แจ้งปัญหาการใช้งาน

ร่วมงานกับเรา

Messenger Line โทรศัพท์ 081-901-4440